การแปลคืออะไร

การแปล และประวัติศาสตร์การแปล

การแปลคืออะไร

ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้ความของ “แปล” ไว้ 2 ความหมายคือ

1. แปล คือ การถ่ายความหมายจากภาษาหนึ่งไปอีกภาษาหนึ่ง

2. แปล คือ ทำให้เข้าใจความหมาย (ทั้งสองคำ เป็นคำกริยาทั้งคู่ครับ)

พจนานุกรมของลองแมน ให้ความหมายเกี่ยวกับการแปลไว้ว่า

translate : to change speech or writing into another language

ซึ่งก็คือ  “แปล” : เปลี่ยนคำพูดหรือข้อเขียนไปเป็นภาษาอื่น

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การแปลเริ่มมาจากไหน?

การแปลเริ่มตั้นตั้งแต่เมื่อใด ยังไม่มีผู้ใดทราบแน่นอน  ปีเตอร์ นิวมาร์ค กล่าวว่า “การแปลมีมาตั้งแต่ 3000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ” และวรรณกรรมแปลเก่าแก่ที่สุดที่พบในปัจจุบันคือ  “เอกสารที่ขุดพบในบริเวณเมืองเอบลา (Ebla) ” ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศซีเรีย ในปัจจุบัน  โดยคาดว่า เนื่องจากในสมัยโบราณนั้น ดินแดนแถบนั้นเป็นศูนย์กลางการค้าขาย  จึงเป็นที่ๆ คนหลายชาติ หลายภาษา มาชุมนุมกัน เพื่อทำธุรกิจ มีการเจรจาธุรกิจและการค้า จึงจำเป็นต้องมีการแปล แลกเปลี่ยนเอกสาร เพื่อทำสัญญาทางการค้ากัน

การแปลเริ่มเข้ามามีบทบาทในยุโรปประมาณ 300 ปีก่อนคริสต์ศักราช นักแปลชาวยุโรปในตอนเริ่มแรกเชื่อกันว่าเป็นชาวกรีก  ซึ่งแปล “มหากาพย์โอดิสซี ของ โฮเมอร์ ” จากภาษากรีกเป็นภาษาละติน ตรงนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการแปลในสมัยกรีกโบราณ

ประวัติการแปลในประเทศไทย

เท่าที่มีหลักฐานนั้น การแปลในประเทศไทยเริ่มมีมาตั้งแต่สมัย สุโขทัย และจุดประสงค์หลักของการแปลในสมัยนั้น ก็เพื่อเรื่องศาสนา โดยหลักฐานต่างๆก็ได้แก่  การแปลคัมภีร์พระพุทธศาสนาจากภาษาบาลีเป็นภาษาไทย   ตัวอย่างงานแปลในสมัยสุโขทัยที่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนนั่นก็คือ  “ศิลาจารึกวัดป่ามะม่วง” ซึ่งเขียนเป็นภาษาขอมโบราณ  ภาษาไทยและภาษาบาลีถือเป็นการแปลโดยตรง เพราะเป็นเอกสารที่พูดถึงเรื่องเดียวกัน เนื้อความเดียวกัน  โดยเนื้อหาของศิลาจารึกวัดป่ามะม่วง ก็คือ เอกสารกึ่งศาสนาที่บอกว่า มีการสร้างวัดป่ามะม่วงขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์อะไร

การสอนแปลภาษา

เริ่มขึ้นเมื่อสมัย รัชกาลที่ 4 โดยเริ่มมีการสอนการแปลเป็นทางราชการเพื่อ ผลประโยชน์ทางด้านการเมือง มีการส่งคนไปศึกษาต่อในต่างประเทศ มีการออกหนังสือพิมพ์โดยหมอ บรัดเลย์ เป็นบรรณาธิการ  มีการจัดพิมพ์ปทานุกรมแปลความหมายของคำภาษาไทย ออกไปเป็นภาษาละติน ฝรั่งเศส และอังกฤษ